เตรียมส่งพระนิสิตเป็นสื่อกลางให้ความรู้ป้องกันโควิด

เตรียมส่งพระนิสิตเป็นสื่อกลางให้ความรู้ป้องกันโควิด

พระเทพเวที (พล อาภากโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม ในฐานะคณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา(คปพ.) กล่าวว่า คณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง และฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม (มส.) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างองค์กรศาสนา หน่วยงานด้านสุขภาพ สังคมและสื่อสาร ในการช่วยเหลือให้กำลังใจและส่งเสริมให้พระนิสิตชาวเมียนมาร์ในสถาบันการศึกษาสงฆ์ ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค พร้อมดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มแรงงานเพื่อนบ้านในพื้นที่เสี่ยงจ.สมุทรสาครและจังหวัดอื่นๆ

 พระเทพเวที กล่าวต่อไปว่า พันธกิจสำคัญหนึ่งของพระสงฆ์คือ การส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม ซึ่งทรัพยากรสำคัญที่มีอยู่ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ระบาด คือ พระนิสิตชาวเมียนมาร์ จำนวน 560 รูป ที่จะช่วยถ่ายทอดสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชาวเมียนมาร์ในพื้นที่จ.สมุทรสาคร เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ไม่ตื่นตระหนก ไม่หวาดกลัว สู่การส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคและดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มแรงงานเพื่อนบ้านได้ อย่างไรก็ตามการควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะนี้ทำให้พระสงฆ์ยังไม่สามารถลงพื้นที่ช่วยเหลือได้ แต่การสื่อสารประชาสัมพันธ์นั้นเป็นหัวใจสำคัญ ยิ่งพระนิสิตเมียนมาร์สามารถสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจให้ชาวเมียนมาร์ได้มากเท่าใด การรับมือและป้องกันโรคโควิด-19 ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น และน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น พระสงฆ์ก็สามารถลงพื้นที่ช่วยเยียวยาให้กำลังใจต่อไป

 ด้านนพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) กล่าวว่า การร่วมมือกันครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 ภายใต้การทำงานของคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเป็นไปตามแผนงาน “รวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด-19ระลอกใหม่” ที่สช. ปฏิบัติการร่วมกับองค์กรภาคี ซึ่งกลไกสำคัญที่ได้จากหารือครั้งนี้ คือ 1.มีผู้แทนประสานงานคณะสงฆ์ หน่วยงาน และประชาชน 2.ถวายความรู้แด่พระนิสิตเมียนมาร์ให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจต่อได้ และสุดท้าย คือ สร้างเครือข่ายการสื่อสารระหว่างพระนิสิต ประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่ โดยสช.จะทำหน้าที่สร้างพื้นที่กลางในการหารือแลกเปลี่ยนแนวทางและความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การยกระดับเป็นข้อเสนอสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม